แลมโบกินี่ เซสโต เอเลเมนโต (Lamborghini Sesto Elemento)

แลมโบกินี่ เซสโต เอเลเมนโต (Lamborghini Sesto Elemento) ถือเป็นรถยนต์อีกยี่ห้อหนึ่งนะครับที่มีราคามากถึง 70 ล้านบาทกันเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าตอนนี้จะยังไม่เปิดตัว แต่ก็น่าจะผลิตเพียงแค่ 20 คันเท่านั้นเอง และสามารถทำความเร็วได้มากถึง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียงแค่ 2.5 วินาทีเท่านั้น มีการขับเคลื่อนด้วยพลังแรงม้ามากถึง 570 แรงม้าด้วยกัน อย่างไรก็ตามนั้น คันนี้ก็ไม่น่าเหมาะกับการวิ่งตามท้องถนนทั่วไปเนื่องจากมีความเร็วที่สูงเกิน และอาจจะเกิดอันตรายได้เช่นกัน

  

ซึ่งในประเทศสหรัฐอเมริกา ก็ไม่ได้อนุญาติให้วิ่งตามท้องถนนนะครับเนื่องจากผิดกฎหมายจะอนุญาติเพียงแค่ในสนามแข่งรถเท่านั้นเอง แลมโบกินี่ เซสโต เอเลเมนโต (Lamborghini Sesto Elemento) ถือเป็นรถยนต์นั่งสมรรถนะสูงมาก มีเครื่องยนตร์ที่อยู่กลางลำหลัง ขับเคลื่อนสี่ล้อด้วยกัน มีสองประตูสองที่นั่ง ผลิตโดยบริษัท อิตาลี ลัมโบร์กีนี่ โดยรุ่นนี้ก็ได้เปิดตัวไปเมื่อปี 2010 ที่ผ่านมานั่นเอง โดยผลิตออกมาแค่ 20 คันก็สามารถที่จะขายออกไปได้อย่างรวดเร็วนั่นเอง จุดเด่นของ แลมโบกินี่ เซสโต เอเลเมนโต (Lamborghini Sesto Elemento) นั้นก็น่าจะเป็นเรื่องน้ำหนักรถที่มีความเบาเป็นอย่างมาก ซึ่งเบากว่าฮอนด้าแจ๊สของบ้านเราเสียอีก แต่เต็มไปด้วยประสิทธิภาพที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด แถมยังสามารถที่จะทำความเร็วได้อย่างน่าทึ่งอีกด้วย เอาเป็นว่าถ้าใครอยากจะเป็นเจ้าของรถยนต์คันนี้นั้นก็คงต้องนั่งทำใจ ปาดน้ำตา เก็บเงินกันต่อไปนะครับเพราะคงไม่มีปัญญาที่จะซื้อรถยนต์คันนี้มาขับได้อย่างแน่นอน

แอสตั้น มาร์ติน วัน-77 (Aston Martin One-77)

  แอสตั้น มาร์ติน วัน-77 (Aston Martin One-77)ถือเป็นอีกหนึ่งรถที่หายากที่สุดของ Aston Martin เลยนะครับเพราะผลิตมาแค่ 77 คันเท่านั้นเอง โดยรถรุ่นนี้นั้นก็ผลิตมาตั้งแต่ปี 2009 ใช้ตัวถึง อลูมิเนียม ซึ่งก็สร้างอย่างพิถีพิถันเป็นอย่างมาก สามารถที่จะทำความเร็วได้สูงสุด 354 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยทีเดียว ถือเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ใครหลายๆ คนก็คงอยากจะจับตามองเอามาเป็นของตัวเองให้ได้

แอสตั้น มาร์ติน วัน-77 (Aston Martin One-77) เป็นรถนั่งประเภทหรูหราสมรรถนะสูง เป็นยนตร์หน้าลำ ขับเคลื่อนด้วย 2 ล้อง มีสองประตูเท่านั้นและมีสองที่นั่ง เปิดตัวครั้งแรกที่งานปารีส มอเตอร์ โชว์เมื่อปี 2008 และเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2009 ที่งาน เจนีวา มอเตอร์ โชว์นั่นเอง โดยรถยนตร์คันนี้นั้นก็ทำมาจากอะลูมิเนียมทั้งหมด เครื่องยนต์ขนาด 7.3 ลิตร ใช้ระบบเกรียร์กึ่งอัตโนมัติ ซึ่งเป็นรุ่นอีกรุ่นหนึ่งของ Aston Martin ที่มีความเร็วเป็นอย่างมากนั่นเอง โดยรุ่นนี้นั้นก็ผลิตออกมาจำหน่ายเพียงแค่ 77 คันเท่านั้น และนอกจากนี้ก็ยังถือเป็นรถที่ได้รับรางวัล การออกแบบที่ดีที่สุด  จากนิตยสาร ออโต้ เอ็กซ์เพลส ของประเทศอังกฤษ และยังมีรางวัลอีกมากที่ แอสตั้น มาร์ติน วัน-77 (Aston Martin One-77) สามารถคว้ามาได้นั่นเอง นับได้ว่าเป็นอีกรุ่นที่มีหลายๆ คนให้ความสนใจเป็นอย่างมากเลยนะครับ เนื่องจากอย่างที่บอกเป็นรถที่มีความหรูหรา มีสมรรถนะสูงมาก มีความเร็ว มีความแรง ผมเชื่อเลยว่าคงถูกอกถูกใจของใครหลายๆ คนอย่างแน่นอน เอาเป็นว่าตอนนี้ก็คงต้องตามล่าหากันต่อไป ถึงมีเงินเยอะขนาดไหนก็คงเอามาครอบครองได้ยากเช่นกัน

ลาเฟอรารี่ (LaFerrari)

  ลาเฟอรารี่  (LaFerrari) ก็ผลิตโดยบริษัท Ferrari เป็นผู้ผลิตรถ ซูเปอร์คาร์ชื่อดังจากประเทศอิตาลี โดย ลาเฟอรารี่  (LaFerrari) นั้นก็มีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 42 ล้านบาท ส่วนเครื่องยนต์นั้นก็จะเป็นระบบ Hybrid แต่ก็มีชื่อเต็มยศว่า Kinetic Energy Recovery System (KERS) ด้วยจะขับเคลื่อนด้วยพลังถึง 949 แรงม้า ทำความเร็วได้สูงสุดอยู่ที่ 370 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยทีเดียว นับได้ว่าเป็นรถที่เร็วและแรงมากที่สุดของ Ferrari แต่ก็สามารถที่จะช่วยประหยัดน้ำมันได้ถึง 40 เปอร์เซ็นต์อีกด้วยนั่นเอง

ลาเฟอรารี่  (LaFerrari) เป็นรถยนต์นั่งไฮบริดสมรรถนะสูง สามารถที่จะนั่งได้เพียงแค่ 2 คนเท่านั้น โดยได้รับการออกแบบโดย นักออกแบบรถยนต์สัญชาติอิตาลีอย่าง Flavio Manzoniลาเฟอรารี่  (LaFerrari) นั้นก็ใช้เครื่องยนต์ไฮบริดขนาด 6.3. ลิต มีกำลังอยู่ที่ 800 พีพี ที่สำคัญไปกว่านั้น ลาเฟอรารี่  (LaFerrari) นั้นก็เป็นรถคันแรกของเฟอร์รารี่ที่ใช้เครื่องยนต์แบบไฮบริด ที่ทำให้ปล่อยคาร์บอนไอออกไซค์เพียงค่า 330 กรัม/กม. นั่นเอง โดย ลาเฟอรารี่  (LaFerrari) ก็ผลิตออกมาเพียงแค่ 499 คันเท่านั้นโดยในราคานั้นก็จะอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านยูโรด้วยกัน โดยคนที่จะซื้อรถยนต์รุ่นนี้ได้นั้นก็จำเป็นอย่างมากที่จะต้องมีรถ ลาเฟอรารี่อยู่แล้ว 4 คนถึงจะได้รับสิทธิ์ในการซื้อนั่นเอง อย่างไรก็ตามนั้นคนอย่างเราๆ ก็คงอดหวังไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับเพราะชาตินี้ก็คงไม่มีปัญญาซื้อรถยนต์คันนี้มาได้อย่างแน่นอน เอาเป็นว่าก็เพียงได้แต่ส่องเท่านั้นแหละ ยิ่งเวลามีงานมอร์เตอร์โชว์ทีไหลก็ดีใจเหมือนปลากระดี่ได้น้ำเลย

แม็คลาเรน พีวัน (McLaren P1)

  แม็คลาเรน พีวัน  (McLaren P1) ถือเป็นอีกหนึ่งรถซูเปอร์คาร์นะครับที่มีราคาอยู่ที่ประมาณ 37 ล้านบาท ถึงแม้ว่าเครื่องยนต์รถรุ่นนี้นั้นจะไม่แรงเท่ากับ ลาเฟอรารี่ แต่นับได้ว่าแรงมากๆ ในระบบ Hybrid โดยรุ่นนี้นั้นก็เป็นแบรนด์มากจากประเทศอังกฤษ ผลิตโดยบริษัท McLaren Automotive นั่นเอง

แม็คลาเรน พีวัน  (McLaren P1) นั้นก็ออกบบมาให้มีกำลังถึง 903 แรงม้าคลับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ขนาด 3800 ซีซี มีระบบทวินเทอร์โบ วี8 ทำงานควบคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าที่สามารถทำความเร็วได้สูงสุด 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมงด้วยกัน ถือเป็นอีกหนึ่งรถที่น่าสนใจเป็นอย่างมากเลยนะครับ เนื่องจากเป็นรถระบบ Hybrid ที่ประหยัดพลังงานแต่ผมคิดว่าก็คงประหยัดได้ไม่มากเท่าไรนักเนื่องจากความเร็วนั้นก็ถือได้ว่าต้องใช้พลังงานสูงอยู่เช่นกัน โดย แม็คลาเรน พีวัน  (McLaren P1) นั้นก็มี 2 ประตู 2 ที่นั่ง ผลิตโดยบริษัท แม็คลาเรน ออโตโมทีฟ โดยเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 2012 ที่ผ่านมานั้น มีทั้งหมดอยู่ 375 คันบนโลกใบนี้  ต่อมาก็รู้สึกได้ว่าน่าจะมีการปรับปรุงอะไรสักอย่างทำให้รถรุ่นนี้ได้มาเปิดตัวใหม่อีกครั้งที่ เจนีวามอเตอร์โชว์ ซึ่งจะมีเพียง 35 คันเท่านั้นและก็จะให้จองได้เพียงแค่ 1 คนต่อ 1 คันเท่านั้นเอง นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งซูเปอร์คาร์ที่มีคนนิยมและสนใจเป็นอย่างมากนั่นเอง แต่คนอย่างเราๆ ก็คงได้แค่มองต่อไป เพราะชาตินี้ให้เก็บเงินไปซื้อก็คงยากอย่างแน่นอน สำหรับราคา แม็คลาเรน พีวัน  (McLaren P1) นั้นก็จะอยู่ที่ประมาณ 48 ล้านบาทไทย

โคนิคเส็ค ซีซีเอ็กซ์อาร์ เทรวิต้า (Koenigsegg CCXR Trevita)

  โคนิคเส็ค ซีซีเอ็กซ์อาร์ เทรวิต้า ถือเป็นอีกรถซูเปอร์คาร์ที่มีราคาแพงมาก ซึ่งมีมูลค่ามากถึง 155 ล้านบาท ทำให้รถคันนี้นั้นเป็นรถที่แพงที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมาก โดย โคนิคเส็ค ซีซีเอ็กซ์อาร์ เทรวิต้า ก็ได้ผลิตโดยบริษัทจากสวีเดน ตัวถึงทำมาจากคาร์บอน-ไฟเบอร์ที่เคลือบด้วยเพชรทำให้รถคันนี้มีความหรูหราเร็วแรงน่าจับตามองมากที่สุด

โดย โคนิคเส็ค ซีซีเอ็กซ์อาร์ เทรวิต้า เป็นเรื่องที่ยากมากเลยนะครับที่จะเห็นวิ่งโลดแล่นอยู่บนท้องถนนของประเทศไทยเนื่องจากทางบริษัทก็ได้ผลิตรุ่นนี้มาเพียงแค่ 3 คันเท่านั้น ซึ่งถ้าใครโชคดีได้เห็นคันนี้วิ่งอยู่ละก็นับได้ว่าเป็นบุญตาเป็นอย่างมากนั่นเอง และคงต้องตกใจกับความเร็วของเจ้า โคนิคเส็ค ซีซีเอ็กซ์อาร์ เทรวิต้า ด้วยเพราะมันเร็วมากถึงมากที่สุด โดยคอนิกเส็กก์ ซีซีเอ็กซ์ ก็เป็นรถยนต์ประเภทที่มีสมรรถนะสูงมาก โดยเครื่องยนต์ของทุกรุ่นที่ผลิตมานั้นก็ถือได้ว่าเป็นสุดยอดของความเร็วนั่นเอง ไม่ต้องห่วงเลยนะครับว่ารถที่ผลิตออกมานั้นแทบทุกคันนับได้ว่าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก โดยคนดังที่เราน่าจะรู้จักที่ได้ยอมควักเงินจำนวน 4.8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ที่ได้ไปซื้อรถสปอร์ตสุดหรูคัดงามอย่าง โคนิคเส็ค ซีซีเอ็กซ์อาร์ เทรวิต้า (Koenigsegg CCXR Trevita) นั่นก็คือ Floyd Mayweather ซึ่งก็คงไม่แปลกนะครับเนื่องจากเจ้าตัวนั้นก็มีเงินมากพอที่จะซื้อได้นั่นเอง อย่างไรก็ตามนั้นหลายๆ คนก็คงอาจจะสงสัยว่าทำไม โคนิคเส็ค ซีซีเอ็กซ์อาร์ เทรวิต้า ถึงได้มีราคาแพงเป็นอย่างมากก็ตอบได้ง่ายๆ เลยนะครับเพราะรถยนต์คันนี้มีเพียงแค่ 3 คันในโลก มีความหรูความสวยงามและทนทานปลอดภัยมากนั่นเอง สามารถที่จะทำความเร็วได้มากถึง 410 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ซูเปอร์คาร์ ที่ใครก็อยากได้

  รถซูเปอร์คาร์ คือ รถที่ใครหลายๆ คนนั้นก็ใฝ่ฝันอย่างจะเป็นเจ้าของกันทั้งนั้น ด้วยเหตุผลที่ ซูเปอร์คาร์ นั้นเป็นรถที่มีความสวยและแรงเป็นอย่างมาก ด้วยเหตุผลเช่นนี้นั้นก็ทำให้ รถซูเปอร์คาร์ มีราคาที่แพงเป็นอย่างมากขึ้นหนึ่งอย่างต่ำก็สิบยี่สิบล้านด้วยกัน เลยทำให้คนอย่างเราๆ ไม่สามารถที่จะจับเป็นเจ้าของได้นั่นเอง เนื่องจาก มีราคาที่สูงเป็นอย่างมากเราก็ทำได้เพียงแค่ชื่นชมคอยส่องอยู่นั่นเอง

โดยในปัจจุบันนั้นเมืองไทยของเราก็มีรถซูเปอร์คาร์ วิ่งอยู่บนท้องถนนกันเป็นจำนวนมากเลยนะครับ โดยก็มีข่าวต่างๆ ข่าวอุบัติเหตุ ข่าวการเปิดตัวรถยนต์ชื่อดังทำให้กระแสของรถซูเปอร์คาร์ เป็นที่นิยมมากนั่นเอง โดยยิ่งในงานมอเตอร์โชว์ที่ประเทศไทยจัดขึ้นทุกๆ ปีที่ผ่านมานั้นเหล่านักส่องและชื่นชมก็ได้ออกไปดูกันเป็นจำนวนมากนั่นเอง ถ้าไม่ติดที่เรื่องราคาไม่แพงมากนั้นผมเชื่อนะครับว่าในเมืองไทยจะมีวิ่งให้เกลื่อนกันอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามนั้นรถซูเปอร์คาร์ นอกจากจะมีราคาที่แพงแล้วการนำเข้ามาในประเทศไทยนั้นก็จะต้องเสียภาษี อีกด้วยเป็นการตอกย้ำความแพงของรถไปได้อีก เลยทำให้คนที่มีเงิน มีมากจนกินไม่หมด ก็ได้สนใจที่จะถอยรถรุ่นเหล่านี้ไว้ครอบครองกันมากนั่นเอง เอาเป็นว่าถ้าใครที่จะสนใจรถซูเปอร์คาร์ จริงๆ ละก็ก็คงจะต้องนั่งทำงานเก็บเงินงกๆ กันต่อไปนะครับชาตินี้ทั้งชาติก็คงเก็บไม่ทันอย่างแน่นอน เพราะรถซูเปอร์คาร์ ในแต่ละครั้งนั้นก็มีมูลค่าบางคันเป็นร้อยล้านก็มีเช่นกัน นับเป็นเรื่องที่ยากก็อยากที่บอกเราก็คงขับได้พวกรถประหยัดน้ำมันราคาไม่เกิน 1 ล้านบาทเท่านั้นแหละครับ